ทารก
วัยทารกเป็นวัยที่เจริญเติบโตจนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
ทารกจะสามารถปรับตัวเข้ากับบุคคลและสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้อย่างรวดเร็วแต่ทารกยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้
จึงต้องการการดูแลเอาใจใส่ด้วยความรัก ความนุ่มนวล
อ่อนโยนจากผู้เลี้ยงดูทารกที่ได้รับความรักความอบอุ่นเพียงพอ
จะเรียนรู้สิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว มีทัศนคติที่ดีต่อบุคคลทั่วๆไป
ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของการมีบุคลิกภาพที่ดีในช่วงวัยต่อ ๆ ไป
ปัญหาสุขภาพ
ในปี พ.ศ.2540
เด็กวัยนี้ จำนวน 5,375 ล้านคน มีเด็กเกิดน้อยลง และรอดตายมากขึ้น และยังพบว่า มีเด็กจำนวนหนึ่งมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย
อัตราการตายในเด็ก 0.4 ปี ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 5.0 สาเหตุการตาย 5 อันดับแรก คือ
ปัญหาเกี่ยวเนื่องจากการคลอด รูปวิปริตแรกเกิด โรคระบบทางเดินหายใจ
โรคติดเชื้อแบคทีเรีย และโรคระบบทางเดินอาหาร
สถานการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพของประชากรในกลุ่มเด็ก
0-4 ปี ได้ชี้ให้เห็นถึงสภาพปัญหา การกระจายตัวของปัญหา สาเหตุ
และความรุนแรงในประเด็นสำคัญต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. การตายปริกำเนิด (Perinatal
mortality)
การตายปริกำเนิด
คือ การที่ทารกตาย นับตั้งแต่อยู่ในครรภ์ครบ 22 สัปดาห์เต็ม ถึงน้อยกว่า 7
วันหลังคลอดการตายปริกำเนิด
เป็นตัวชี้วัดให้บริการอนามัยแม่และเด็ก สุขภาพแม่และเด็ก รวมไปถึงสภาวะเศรษฐกิจ
สังคม ในระดับต่างๆ จนถึงระดับชาติ
องค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความ
ของอัตราตายปริกำเนิด (Perinatal mortality rate) ไว้ดังนี้
อัตราตายปริกำเนิด
คือ จำนวนการตายของทารก ที่มีน้ำหนักอย่างน้อย ระหว่าง 500-1,000 กรัม
หรืออายุครรภ์อย่างน้อย 22 สัปดาห์ หรือวัดความยาวจากศีรษะถึงส้นเท้า 25 ซม.
หรือมากกว่า (Fetal deaths) รวมกับ จำนวนทารกแรกเกิด
ถึงน้อยกว่า 7 วันตาย (Early neonatal deaths) ต่อ 1,000
การเกิด
อัตราตายปริกำเนิด
จากรายงานของโครงการเพิ่มพูนสมรรถนะฯ มีแนวโน้มลดลง จาก 14.02 ต่อ 1,000 การเกิดทั้งหมด ในปี พ.ศ.2533 เป็น 9.8 ต่อ 1,000
การเกิดทั้งหมด ในปี พ.ศ.2540
อัตราตายปริกำเนิดในปี
พ.ศ.2533 พบมากที่สุดในภาคเหนือ 30.8 ต่อ 1,000
การเกิดทั้งหมด รองลงมาคือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็น 16.0 และ 12.2 ต่อ
1,000 การเกิดทั้งหมด ตามลำดับ
ภาคกลางมีอัตราตายปริกำเนิดน้อยที่สุด ร้อยละ 10.5 ต่อ 1,000
การเกิดทั้งหมด ในปี พ.ศ.2540 อัตราตายในภาคต่างๆ ยังคงพบมากที่สุดในภาคเหนือ พบ
12.3 ต่อ 1,000 การเกิดทั้งหมด รองลงมาคือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 9.5 สำหรับภาคกลางพบน้อยที่สุด ลดลงเหลือร้อยละ 8.9
(กราฟ 2.2)
2.ภาวะขาดโภชนาการ
กราฟมาตรฐานน้ำหนัก เทียบกับอายุเด็กไทย
(อายุ 0-5 ปี)
กองโภชนาการ
กรมอนามัย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้เริ่มจัดทำมาตรฐานน้ำหนัก
ส่วนสูงของเด็กไทย อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยจะสร้างเป็นเส้นกราฟ
เพื่อนำมาใช้เป็นมาตรฐานของเด็กไทย ในการประเมินภาวะโภชนาการ
ต่อมาได้มีการปรับมาตรฐานอีกเล็กน้อย หลังจากได้มีการสำรวจ
เพื่อจัดทำมาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทยอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ.2528-2529
ซึ่งได้ใช้เป็นมาตรฐานน้ำหนัก และส่วนสูงของเด็กไทยมาจนถึงปัจจุบันนี้ (แผนภาพที่
2.1) ซึ่งในขณะนี้กำลังมีการปรับเปลี่ยน กราฟมาตรฐานนี้ใหม่ คาดว่าจะนำมาใช้ในปี
พ.ศ.2543
2.1 โรคขาดสารอาหารโปรตีน
และกำลังงาน (Protein Energy Malnutrition)
ระบบการเฝ้าระวังและติดตามภาวะโภชนาการ
ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2525
ได้ทำการชั่งน้ำหนักเด็กกลุ่มเป้าหมาย จากทุกหมู่บ้านทั่วประเทศทุกๆ 3 เดือน
ผลการชั่งน้ำหนักตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 จนถึงปี พ.ศ.2540 ชี้ให้เห็นว่า
แนวโน้มของโภชนาการนั้นดีขึ้นตามลำดับ เมื่อพิจารณาการกระจายของปัญหาพบว่า
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเด็กขาดสารอาหารมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคเหนือ
โดยคงสภาพเช่นนั้นมา ตั้งแต่เริ่มโครงการเฝ้าระวัง
ดังจะเห็นได้จากข้อมูลภาวะโภชนาการ แยกตามรายภาค ในปี พ.ศ.2525-2540 (กราฟ 2.6)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น